รูปร่างของไปป์และส่วนประกอบ

 

รูปทรงของเบ้าไปป์
เราจะสามารถของเห็นรูปทรงของไปป์โดยการมองจากด้านข้าง อย่างไรก็ตามรูปทรงของเบ้าไปป์จะมองได้ง่ายขึ้น ถ้ามองโดยเอาก้านไปป์กันออกจากตัว
ลักษณะทรงของเบ้าไปป์สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ โดยมองจากรูปวงกลมตามภาพ ไปป์ส่วนใหญ่จะมีรูปทรงวงรีเหมือนไข่
 
A.    ทรงดับบลิน (Dublin) มีขนาดครึ่งหนึ่งของวงกลมรูปไข่
B.    ทรงบิลเลียต (Billiard) มีขนาดสูง 2 ในสาม ของวงกลมรูปไข่
C.    ทรงไข่ (Egg) มีขนาดสูงกว่าทรงบิลเลียต หรือประมาณ 3 ใน 4 ส่วน
D.    ทรงแอ๊ปเปิ้ล (Apple) มีขนาดประมาณ 3 ใน 4 ส่วน ของวงกลมรูไข่ แต่มีขนาดความสูงมากกว่าความกว้าง
E.    ทรงเจ้าชาย (Prince) มีขนาดประมาณ 3 ใน 4 ส่วนของวงกลมรูปไข่ แต่มีขนาดความกว้างมากกว่าความสูง
และยังมีรูปทรงอื่นๆอีก เช่น
F.    ทรงแก้วบรั่นดี (Brandy glass) มีฐานที่ตื้นกว่า มีรูปทรงเหมือนแก้วไวน์
G.    ทรงเจ้าชาย ในอีกลักษณะหนึ่ง (Prince) มีรูปทรงคล้ายแอ๊ปเปิ้ล แต่มีฐานตื้นกว่า
H.    ทรงลูกแพร์ (Pear) เป็นเหมือนทรงแอ๊ปเปิ้ล แต่มีด้านบนที่กลม

เบ้าไปป์บางชนิดไม่ได้มีความโค้งมนเหมือนรูปไข่ เช่น
 
I.    ทรงโป๊กเกอร์ (Poker) เป็นลักษณะทรงกระบอก
J.    ทรงหม้อ (Pot) เป็นทรงกระบอกที่มีฐานด้านล่างมน ส่วนใหญ่แล้วจะมีความกว้างของฐานมากกว่าความสูง
K.    ทรงบลูด๊อก (Bulldog) มีลักษณะเป็นเหมือนเหลี่ยมเพชร ด้านบนเป็นมุม ในขณะที่ส่วนฐานนั้นคล้ายกับทรงดับบลิน (Dublin)รูปร่างของ shank ก้านไปป์

รูปทรงของก้านไปป์ (Shank Shape)
 
ลักษณะก้านไปป์มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ
-    แบบกลม (Round) เป็นก้านไปป์แบบธรรมดา มีลักษณะเป็นรูวงกลม
-    แบบรูปไข่ (Oval) โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีความกว้างออกไปในแนวนอน
-    แบบสี่เหลี่ยม (Square) เป็นลักษณะแบบ สี่เหลี่ยมจัตุรัส
-    แบบรูปเพชร (Daimond) เหมือนแบบสี่เหลี่ยม แต่เอาด้านที่เป็นมุมลงด้านล่าง

รูปทรงปากคาบไปป์

รูปทรงปากคาบไปป์ (Bit, Mouthpiece)

โดยหลักแล้ว ตัวปากคาปไปป์สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ
-    แบบเรียว (Tapered) โดยส่วนหัวที่เชื่อมต่อกับก้านไปป์ จะมีความหนามากกว่า และจะค่อยๆเรียวลงเรื่อยๆจนถึงส่วนปลายที่ใช้ปากคาบ
-    แบบอานม้า (Saddle Bit) ส่วนหัวที่เชื่อมกับก้านไปป์เป็นลักษณะวงกลมและหักมุม ลง ส่วนที่เหลือจะมีลักษณะแบน เพื่อสะดวกต่อการคาบ



"I believe that pipe smoking contributes to a somewhat calm and objective judgement in all human affairs."

Albert Einstein, 1950