รูปทรงของไปป์

 

ในระยะแรกที่ได้มีการผลิตไปป์ด้วยไม้บลายร์(Briar) รูปทรงของไปป์ก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากไปป์ที่ทำจากวัสดุอื่นเท่าไหร่นัก จนมื่อปี 1855-1860 ที่อุตสากหกรรมไปป์ไม้บลายร์ได้จัดตั้งขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ผลิตไปป์ได้ค้นพบถึงความสามารถในการยืดหยุ่นของวัสดุชนิดนี้ ทำให้ไปป์ไม้บลายร์มีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพของตัวมันได้อย่างเต็มที่ ผลที่ได้คือการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม ความต้องการไปป์ที่ผลิตจากไม้บลายร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รูปทรงของไปป์ถูกพัฒนาตามไปด้วย แต่รูปทรงของไปป์เหล่านี้ก็ยังคงมีพื้นฐานมาจากรูปทรงของไปป์ที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด เพื่อให้ผู้สูบไปป์มือใหม่และผู้สูบไปป์อยู่แล้วได้เข้าใจถึง รูปทรง และขนาดของไปป์ ที่มีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ จึงได้มีการอธิบายลักษณะและชื่อของไปป์ตามรูปทรงดังนี้

pipe shape

ทรงบิลเลียต  (Billiard)

รูปทรงชนิดนี้เป็นที่นิยมที่สุดของไปป์ไม้บลายร์ รูปทรงเป้นแบบธรรมดา เรียบง่ายด้วยก้านไปป์แบบตรง โดยส่วนก้านไปป์จะทำมุมกับเบ้าไปป์ประมาณ 90 องศา บริเวณก้านไปป์จะมีส่วนต่อที่ยื่นยาวออกไปที่เรียกว่า “ปากคาบไปป์” (Bit or Mouthpiece) สามารถผลิตได้หลายขนาด ตั้งแต่เล็กจนถึงใหญ่

ไปป์ทรงบิลเลียตเอง ยังถูกแบ่งแยกออกมาในหลายรูปแบบ เช่น

-           แบบลิเวอร์พูล (liverpoll) มีก้านไปป์ที่ยาว แต่มีปากคาบไปป์ (Mouthpiece) สั้น

-           แบบโลแวท (Lovat) ตั้งตามชื่อของ ลอร์ด โลแวท เจ้าของที่ดินชาวสก๊อตในสมัยสงครามโลกครั้งที่  1 มีทรงเหมือนแบบลิเวอร์พูล แต่ส่วนปากคาบไปป์จะแบนกว่าเพื่อสะดวกต่อการจับ

-           แบบแคนนาเดียน หรือ ลุมเบอร์แมน (Cannadian or Lumberman) มีก้านไปป์ที่ยาว แต่มีปากคาบไปป์สั้น ทรงบิลเลียตสูงถูกเรียกว่า Toppers, Eiffel Tower, หรือ Chimneys

-           แบบโปกเกอร์ (Poker) จะมีฐานเรียบมำให้สามารถตั้งได้

ทรงแอ๊ปเปิ้ล (Apple)

รูปทรงยอดนิยมอีกหนึ่งแบบ ชื่อรูปทรงนี้ถูกตั้งขึ้นเพราะรูปร่างกล้องไปป์ที่เหมือนผลแอ๊ปเปิ้ลไปป์ทรงนี้เป็รที่นิยมในช่วงปี 1920 ทางฝั่งประเทศอังกฤษจะนิยมไปป์แบบเล็ก ส่วนทางอเมริกาจะชอบแบบใหญ่มากกว่า ในช่วงปี 1950 ไปป์ลักษณะนี้เป็นที่นิยมด้วยก้านไปป์ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยม ทำให้สามารถตั้งได้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รูปแบบกลากหลายของไปป์ได้ถูกผลิตขึ้นมา ในลักษณะก้านไปป์แบบวงรี และมีปากคาบไปป์แบน

ทรงหม้อ (Pot)

ชื่อของรูปทรงสามารถบ่งบอกลักษณะเด่นของไปป์ได้เป็นอย่างดี ไปป์รูปทรงนี้ถูกผลิตขึ้นในขนาดเล็กสำหรับตลาดทางฝั่งอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งยุโรปและอเมริกาก็ยังคงชอบไปป์ที่มีขนาดใหญ่อยู่ดี ไปป์ทรงหม้อมีข้อดีตรงที่มีขอบหนา และอาจมีน้ำหนักมากกว่า ทรงบิลเลียต

ทรงเจ้าชาย (Prince)

ชื่อทรงเจ้าชายนี้ถูกตั้งขึ้นตามรูปทรงไปป์ที่ท่าน Duke of Winsor ชอบ ในขณะที่ท่านยังเป็นเจ้าชายแห้งเวลส์ รูปทรงนี้ปรากฏในครั้งแรกเมื่อปี 1920 การมีทรงฐานที่กลมกว้าง ทำให้ดูสวยงาม และเข้ากันได้ดีกับปากคาบไปป์ (mouthpiece) แบบโค้ง โดยทั่งไปจะมี 3 ขนาดด้วยกัน คือ เล็ก กลาง ใหญ่

ทรงดับบลิน (Dublin)

ทรงดับบลินมีความเป็นไปได้ว่า จะเป็นรูปทรงที่มีความเก่าแก่มากที่สุด ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงตั้งชื่อรูปทรงว่าดับบลินนั้น ยังไม่ปรากฏพบ ผลิตทั้งในแบบที่เป็นก้านกลม และก้านวงรี

ทรงบลูด๊อก (Bulldog)

ไปป์ชนิดนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบดังเดิมของไปป์ไม้บลายร์ ตั้งชื่อตามลักษณะของรูปทรง ที่มีความเข็มแข็ง ดุดัน เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชายที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง รูปทรงถูกแบ่งโดยรูปร่างของเบ้าไปป์ ไปป์ทรงบลูด๊อกเหมาะกับปากคาบไปป์ ทั้งแบบตัดเรียว(Taper) และแบบแบน (Saddle)

ทรงบลูแคป (Bullcap)

คำว่า”บลู” มาจาก ทรงบลูด๊อกส่วน “แคป” มาจาก ส่วนบนที่เหมือนฝาขวด ทรงบลูแคปปรากฏครั้งแรกเมื่อปี 1920 โดยทั่วไปแล้วจะมีรูปร่างเล็กกว่าบลูด๊อก ได้รับความนิยมอย่างมากใน สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ในช่วง 1970 แต่ในปัจจุบันไม่ได้พบเห็นบ่อยนัก

ทรงโค้ง (Bents)

ไปป์ทรงโค้ง เป็นที่นิยมมากในช่วงศตวรรษที่19 จนถึง 20 เมื่อประมาณปี 1919-1940 ความนิยมในรูปทรงนี้ดูเหมือนจะลดลง จนมาในช่วงยุค 50 และ 60 ที่ความนิยมนั้นได้กลับมาอีกครั้ง ไปป์ทรงโค้งนี้เราจะพบเห็นได้ทั่วไป ไปป์ทรงโค้งนั้นมีความหลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับขนาดและโรงงานผลิต แบบที่มีก้านไปป์หนา เรียกว่า Hunters ทรงแอ๊ปเปิ้ลโค้ง (Apple-Bents) เป็นแบบธรรมดา สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ส่วนทรงหม้อโค้ง (Bent-Pot) ถูกผลิตขึ้นในโรงงานเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ทรงดับบลินโค้ง (Bent-Dublins) เป็นไปป์ที่มีความสวยงาม และค่อยข้างเป็นที่นิยม ส่วนใหญ่จะสามารถพบเห็นได้ในทุก Collection เช่น ทรงดับบลินโค้ง ที่มีก้านไปป์แบบเหลี่ยมเพชร (Daimond)

 

ไปป์ที่ทำด้วยมือ (Freehand Models)

ไปป์ชนิดนี้ไม่อาศัยเครื่องจักรในการตกแต่งทรง ผู้ผลิตไปป์ เช่น Dunhill และ Charatan ก็ได้ผลิตไปป์ชนิดนี้เป็นเวลานานแล้ว แต่ในปี 1950 ผู้ผลิตไปป์รายใหม่จากเดนมาร์ก ได้ปรับวิธีการ โดยเฉพาะการเลือกใช้วิธีการทางธรรมชาติ จากเมล็ดของต้นบลายร์ การปฏิวัติวิธีการทำไปป์ในครั้งนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตในแง่ของคุณภาพ และมีผลอย่างมากกับการผลิตไปป์สมัยใหม่ ปัจจุบันนี้ในCollection ของไปป์ส่วนใหญ่ จะมีรุ่นที่เกี่ยวกับ ทรงเดนมาร์ก (Danish shape) เรื่องนี้ที่ทำให้ผู้ผลิตไปป์อย่าง อังกฤษ อิตาลี เยอรมัน อเมริกา และประเทศอื่นๆ เกิดความตื่นตัว การผลิตไปป์ในลักษณะนี้ ทำให้ไปป์ที่ได้มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว




"I believe that pipe smoking contributes to a somewhat calm and objective judgement in all human affairs."

Albert Einstein, 1950