รู้จักชนิดของใบยาสูบ

ยาสูบแต่ละยี่ห้อ แต่ละแบรนด์ที่เราเห็นกันอยู่นั้น ประกอบด้วยใบยาหลากหลายพันธุ์ผสมกันไป ตามสูตรและส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ โดยชนิดของใบยาแต่ละแบบนั้น ก็มีคุณสมบัติ และให้รสชาติหรือกลิ่นที่แตกต่างกันไปดังนี้

 

ใบยาพันธุ์เวอร์จิเนีย  (Virginia)

เป็นชื่อพันธุ์ใบยาที่นักสูบทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตาดีที่สุด เพราะใบยาพันธุ์นี้เป็นส่วนประกอบหลัก 40% ของการผลิตยาสูบทั่วโลก โดยเฉพาะในการผลิตบุหรี่ ที่ส่วนใหญ่จะใช้ใบยาชนิดนี้เป็นส่วนผสมหลัก ส่วนใบที่มีความเข้มยังเอามาใช้เป็นส่วนผสมในยาเส้นไปป์ด้วย โดยใบยาพันธุ์เวอร์จิเนียนี้มีจุดเด่นที่มีรสหวาน มีสีอ่อนตั้งแต่สีโทนเขียวมะนาว ไปจนถึงโทนส้มมะฮอกกานี  ต้นที่เจริญเติบโตเต็มที่มีความสูงประมาณ 39-51 นิ้ว และในหนึ่งต้นจะสามารถเก็บเกี่ยวใบยาได้ 18-22 ใบ

 

โดยหลังจากการเก็บเกี่ยวใบยาสูบเวอร์จิเนีย ที่เป็นใบสดๆ มาแล้วก็จะถูกนำไปเก็บไว้ยังยุ้งเก็บ ที่ไม่มีหน้าต่าง หลังจากที่เก็บใบยาไว้ในนั้นนานวันเข้า อุณหภูมิก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ 100 องศาฟาเรนไฮต์ ไปจนถึง 165 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้เวลานานประมาณ 10 วัน ใบยาสูบที่เคยเขียวสดก็จะแห้ง และไม่มีการสังเคราะห์แสงอีกต่อไป ส่วนของน้ำตาลธรรมชาติจากใบก็จะถูกล็อคเอาไว้อยู่ในนั้น และพร้อมที่จะถูกส่งออกไปยังโรงงาน เพื่อผ่านขั้นตอนการผลิตอื่นต่อๆ ไป

 

ใบยาพันธุ์เวอร์จิเนีย สามารถพบได้ที่ 75 ประเทศ ตั้งแต่ นิวซีแลนด์ ถึง เยอรมัน ส่วนประเทศที่ปลูกใบยาชนิดนี้มากที่สุดในโลกก็คือ จีน อเมริกา บราซิล อินเดีย และซิมบับเว และประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญคือ อเมริกา บราซิล อินเดีย และซิมบับเว

 

 

ใบยาพันธุ์เบอร์เลย์ (Burley)

ใบยาสูบเบอร์เลย์ ถูกใช้เป็น 11% ของการผลิตยาสูบทั่วโลก โดยเฉพาะในบุหรี่ คุณสมบัติเด่นของใบยาชนิดนี้คือมีปริมาณน้ำตาลต่ำ และสามารถดูดซับกลิ่นได้มากถึง 25% ของน้ำหนัก ลักษณะของใบยามีสีที่แตกต่างกันไปไล่ไปตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนแดงจนถึงน้ำตาล

 

อย่างที่รู้กันว่าคุณสมบัติของใบยาเบอร์เลย์ คือมีน้ำตาลต่ำจนเกือบไม่มีเลย และดูดซับกลิ่นได้ดี ในอุตสาหกรรมการผลิตยาเส้นสำหรับไปป์จึงนิยมนำเอาใบยาชนิดนี้มาปรุงแต่งกลิ่น เพื่อให้ได้รสชาติตามที่ต้องการ เกิดเป็นส่วมผสมของใบยาที่หอมหลากหลายชนิด 

ใบยาสูบเบอร์เลย์ สามารถพบได้ที่ 55 ประเทศ แต่สำหรับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่คือ อเมริกา อิตาลี เกาหลี บราซิล และเม็กซิโก สำหรับในอเมริกาจะปลูกกันมากในแถบเคนตั๊กกี้ เทนเนสซี โอไฮโอ เวอร์จิเนีย นอร์ทคาโรไรน่า เวสเวอร์จิเนีย และ มิสซูรี่

 

ใบยาลาตาเกีย (Latakia)


เป็นใบยาที่ผลิตมาจากใบยาออเรียนทอล และนำมาผ่านกรรมวิธีรมควันไฟ ด้วยไม้เนื้อแข็งที่มีกลิ่นหอม จึงทำให้ใบยาชนิดนี้มีกลิ่นหอมควันไฟ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของใบยาชนิดนี้ และเป็นที่นิยมในหมู่นักสูบไปป์ มักจะถูกใช้ในยาเส้นไปแบบ Balkan และ English blend

ยาเส้นไปป์ที่มีส่วนผสมของใบยาชนิดนี้อยู่คือDunhill รุ่น Early Morning, My Mixture 965, Standard Mixture, Nightcap, London Mixture, Standard Mixture Mellow


ใบยาพันธุ์โอเรียนทอล (Oriental)


ใบยาพันธุ์นี้ถูกใช้ในการผลิตยาสูบคิดเป็น 16% ของการผลิตใบยาทั่วโลก มีรสชาติค่อนข้างอ่อนมีจุดเด่นที่กลิ่นหอม ที่ได้มาจากยางเหนียวๆ ตามธรรมชาติของใบยา อีกทั้งยังมีปริมาณนิโคตินต่ำ ราวๆ 1.0%

ใบยาโอเรียนทอล มีขนาดความยาวประมาณ 3 -10 นิ้วเท่านั้น ต้นที่โตเต็มที่จะสูงแค่ 3 - 5 ฟุต ใบยามีสีเหลืองซีด จนถึงสีน้ำตาลเข้ม ผลิตมากในประเทศตุรกี บัลแกเรีย ยูโกสลาเวีย โรมาเนีย และอิตาลี ส่วนประเทศส่งออกที่สำคัญคือ อเมริกา ญี่ปุ่น และเยอรมัน

English และ Balkan Blend

ตัวยาที่เป็น Balkan Blend คือ English Blend แต่ตัวยาแบบ English Blend ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็น Balkan Bleand เสมอไป ยาเส้นไปป์ที่เป็นแบบ Balkan จะมีส่วนผสมของใบยา โอเรียนทอลที่มาจาก บอลข่านมากขึ้นตามไปด้วย แบะมีนักสูบหลายคนที่บอกว่า ส่วนผสมของใบยาแบบนี้ จะทำให้เกิดอาการ Tounge Bite หรือว่าอาการเจ็บลิ้น ลิ้นแตก หลังการสูบไปป์น้อยกว่า ยาเส้นไปป์แบบแต่งกลิ่นด้วย

 


ใบยาคาเวนดิช (Cavendish)


นับว่าเป็นชื่อที่นักสูบไปป์ชาวไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ใบยาคาเวนดิช คือใบยาสูบที่ผ่านกระบวนการแต่งกลิ่น โดยกรรมวิธีการหมักการบ่ม เป็นเวลานานหลายวัน จนถึงสัปดาห์ จนได้ใบยาที่มีกลิ่นหอม โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ใบยาเวอร์จิเนียและใบยาเบอร์เลย์ในการทำ

ยาเส้นไปป์ที่มีส่วนผสมของใบยาชนิดนี้ มีด้วยกันหลากหลายชนิด แต่ที่นิยมมากก็คือ Borkum Riff Red (Cherry) Cavendish

 


ใบยาเพอร์ลีค (Perique)


ใบยาชนิดนี้ผลิตที่ St. James Parish ใน South Louisiana ขั้นตอนการผลิตเริ่มจากการทำให้ความชื้นออกจากใบยา ตามด้วยการนำไปบ่มอยู่ในถังซึ่งมีความดันสูงเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นใบยาที่ได้จะเป็นสีดำเข้ม และมีกลิ่นหอมมากจนเกือบเหมือนน้ำหอม ถูกใช้เป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มกลิ่นในยาเส้นไปป์ มีความเข้ม ออกแนว spicy แต่ไม่นิยมใช้ใบยาชนิดนี้เป็นส่วนผสมหลักเพียงอย่างเดียว เพราะจะมีความเข้มมากเกินไป

ยาเส้นไปป์ที่มีส่วนผสมของใบยาชนิดนี้อยู่คือ Dunhill De Luxe Navy Rolls

 

นอกจากนี้ถ้าเป็นการแบ่งแยกประเภทของยาเส้นตามกลิ่น ก็จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ยาเส้นแบบแต่งกลิ่น กับไม่แต่งกลิ่น 

ยาเส้นหอมกลิ่นผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ

เชื่อว่าบางคนยังไม่รู้ว่ายาเส้นบุหรี่ที่เราเห็นอยู่ทั่วไป นอกจากจะมีการใส่ความเย็นหรือเมนทอลเข้าไปแล้ว ยังมีการใส่กลิ่นเข้าไปได้ด้วย เช่นเดียวกันกับบุหรี่นอกกลิ่นผลไม้ ตัวยาเส้นที่ขายแยกเป็นซองเดี่ยวๆ เอง ก็มีกลิ่นทำนองนี้ให้เลือกไม่น้อยเช่นกัน และส่วนมากจะเป็นยาเส้นนำเข้าจากนอก โดยเฉพาะ ประเทศในโซนยุโรป อเมริกา

ก่อนที่จะพูดถึงยาเส้น อยากจะขออธิบายให้เข้าใจเหมือนกันก่อนว่า สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ เป็นยาเส้นแบบนำเข้า ไม่ใช่ยาเส้นพื้นเมืองของไทยที่ใส่อยู่ในถุงพลาสติกใส หรือขายกันเป็นกิโล ที่ต้องย้ำกันก่อนก็เพราะหลายคนอาจคุ้นเคยกับยาเส้นตราแมว หรือ ยาเส้นที่ขายกันตามตลาดนัด ที่มีแหล่งผลิตและราคาที่แตกต่างกันมาก ถ้าพอจะเข้าใจตรงจุดนี้แล้ว ต่อไปก็มาเข้าเรื่องเกี่ยวกับยาเส้นแต่งกลิ่นจากนอกกันเลย

ยาเส้นมวนกลิ่นหอมแตกต่างจากยาเส้นมวนปกติอย่างไร?

-          ยาเส้นมวนทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นแบบไม่แต่งกลิ่น ซึ่งจะเน้นที่ความหอมจากใบยาธรรมชาติ ในขณะที่ยาเส้นแบบแต่งกลิ่นนั้นจะเพิ่มความหอมที่ชัดเจนจากภายนอกเข้าไป เช่น ใส่กลิ่นวนิลลา กลิ่นเชอรี่ กลิ่นกาแฟ กลิ่นแอ๊ปเปิ้ล กลิ่นองุ่น กลิ่นอโรเมติก แบบเย็น เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวยา เวลาสูบจะรู้สึกได้ถึงความหอมของกลิ่นนั้นๆ รวมไปถึงควันที่ได้จากการสูบก็จะมีกลิ่นหอมออกมาด้วย

ยาเส้นแบบมวนแบบไหนหอมที่สุด?

-          เรื่องของความหอม กลิ่น รส และอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัส มันมักจะไม่มีข้อสรุปที่ตายตัว เพราะคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าสูบแล้วไม่รู้สึกว่ามีกลิ่นหอม แต่คนรอบตัวกลับได้กลิ่นหอมนั้นชัดเจน หรือบางคนบอกว่าหอมแรงไปจนรู้สึกเวียงหัว เรื่องเหล่านี้เป็นความชอบส่วนบุคคลจริงๆ ซึ่งอยากให้ปรึกษาร้านขายยาเส้น เพื่อให้เขาลองแนะนำตัวยาลักษณะนี้ให้ลอง แต่จะชอบหรือไม่นั้น คนสูบจะเป็นผู้ตัดสินเองว่ามันคือสิ่งที่ใช่สำหรับเรารึเปล่า ถ้ายังไม่ใช่อาจต้องใช้เวลาทดลอง หากลิ่นที่ตัวเองคิดว่า Work สำหรับเราที่สุด

จะหาซื้อยาเส้นกลิ่นหอมนำเข้าจากต่างประเทศแบบนี้ที่ไหน?

-          ยาเส้นแบบนี้ต้องยอมรับว่าไม่ได้หาง่ายๆ เหมือนยาเส้นพื้นเมือง และยังมีราคาสูงกว่าอีกด้วย ดังนั้นถ้าไม่ได้ตั้งใจหาแหล่งซื้อ ก็คงยากที่จะเจอ ในกรณีที่อาศัยอยู่ในเขต กทม. และ ปริมณฑล ยาเส้นมวนแบบมีรสหอมสไตล์นี้จะวางขายอยู่ในแผนกขายเหล้า สุรา ของ ห้างเดอะมอลล์ (The Mall) เอ็มโพเรี่ยม(Emporium)  สยามพารากอน (Siam Paragon) ร้านขายไวน์ GOD FATHER เป็นต้น แต่ถ้าไม่ต้องการเสียเวลากับรถติด และอยู่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อร้าน Vapourhouse หรือ THE SESSION เพื่อหาวิธีที่สะดวกที่สุดในการซื้อได้เลย

ยาเส้นแบบแต่งกลิ่นหอมที่ซื้อมาแห้ง และไม่มีกลิ่น จะทำยังไง?

-          เมื่อได้ยาเส้นหอมแต่งกลิ่นมาแล้วแต่รู้สึกว่าความหอมมันยังน้อยไป หรือรู้สึกว่ายาเส้นมันแห้งเกินไปจนแสบคอ ไม่นุ่มเหมือนเคย แทนที่จะทิ้งยาเส้นนั้นไปเลยเรามีข้อแนะนำที่จะเพิ่มความชื้น และเพิ่มกลิ่นให้กับยาเส้นของคุณมาให้ได้ลองทำกัน

o   เพิ่มความชื้นด้วยการเอายาเส้นใส่ไว้ในโหลที่มีอุปกรณ์เพิ่มความชื้นในนั้น ตัวอุปกรณ์เหล่านี้เช่น Humidor ที่มาในรูปแบบตลับเจล หิน Hydro Stone เพิ่มความชื้น หรือฟองน้ำ ด้วยการทำเอาสิ่งเหล่านี้ใส่น้ำแล้ววางคู่กันกับยาเส้น แล้วปิดฝา หรือปิดถุงไม่ให้อากาศเข้า ทิ้งไว้ซัก 1-2 วันแล้วกลับมาดูอีกครั้ง จะพบยายาเส้นนุ่ม และชื้นขึ้นกว่าเดิม

o   เพิ่มกลิ่นให้ยาเส้นด้วยตัวเอง ด้วยการเอาสิ่งที่มีกลิ่นหอมไปวางอยู่ใกล้ๆ ให้ยาเส้นดูดซับความหอมของสิ่งนั้นมาไว้ในตัว คนที่ชอบวิสกี้ หรือมีเหล้าแบรนด์โปรดสามารถเอามันมาหมักกับยาเส้น เพื่อให้ได้กลิ่นหอมตามต้องการ หรือถ้าใครชอบกลิ่นผลไม้ก็สามารถหั่นผลไม้แล้วไปวางคู่กันกับยาเส้น เราก็จะได้ยาเส้นกลิ่นหอมทำเองมาสูบแล้วอย่างง่ายๆ แต่ใครที่คิดจะลองทำอยากให้เริ่มจากการแบ่งยาเส้นจำนวนน้อยๆ มาลองทำดูก่อน เพราะถ้าไม่สำเร็จ จะได้ไม่ต้องทิ้งทั้งหมด นอกจากนี้คนที่นำของสด อย่างผลไม้ หรือดอกไม้ มาแต่งกลิ่นให้ยาเส้น ก็ควรหมั่นสังเกตดูอย่าให้มีเชื้อราขึ้นในภาชนะเก็บยาเส้นด้วย

ยาเส้นหอมแต่งกลิ่นนำเข้าจากต่างประเทศ มีกี่แบบ?

-          ยาเส้นกลิ่นผลไม้ ช็อกโกแลต หรือวนิลาเหล่านี้ จะมีแยกออกเป็น 2 แบบคือ ยาเส้นไปป์ และยาเส้นมวน ถ้าคุณต้องการมองหายาเส้นที่เอามาพันกับกระดาษแล้วล่ะก็ แปลว่าคุณกำลังต้องการยาเส้นมวน จุดสังเกตคือคำว่า Rolling Tobaaco หรือ Roll Your Own (RYO) ถ้าซื้อผิดแบบคุณอาจจะได้ยาเส้นแบบสั้น และหนาที่เปียกกว่ายาเส้นทั่วไปมา และเราเรียกยาเส้นแบบนั้นว่ายาเส้นไปป์ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้คู่กับ ไปป์ หรือกล้องยาเส้นแทน

เอายาเส้นไปป์มามวนแทนได้หรือไม่?

-          จริงอยู่ที่ยาเส้นไปป์จะมีกลิ่นหอมชัดเจนกว่ายาเส้นมวน แต่ยาเส้นไปป์ถูกออกแบบมาเพื่อให้สูบแบบไม่ถึงควันลงปอด ดังนั้นการเอามามวนกับกระดาษแล้วซี้ดควันสไตล์ยาเส้นมวนนั้นจะกลายเป็นว่าแรงเกินไป แถมยาเส้นไปป์มีความชื้นสูง เวลามวนกระดาษก็ทำเปียกกว่า ลักษณะใบยาก็ร่วน เส้นใหญ่ สั้น ไม่เกาะกัน ทำให้ยากต่อการขึ้นมวน แต่คนที่หลงใหลกับกลิ่นของยาเส้นไปป์ สามารถนำยาเส้นชนิดนี้มาผสมกับยาเส้นมวนบางส่วน เพื่อช่วยเพิ่มกลิ่น รสชาติ และความหอมตามปริมาณที่ตัวเองชอบก็ได้

 

 

 


"I believe that pipe smoking contributes to a somewhat calm and objective judgement in all human affairs."

Albert Einstein, 1950