ไม้ Briar เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตไปป์ ไปป์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นแบบ Handmade หรือ Machine made ก็ล้วนแล้วแต่ทำจากไม้ Briar เป็นส่วนใหญ่ ชื่อไม้ Briar นั้นสามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งคือ “Bruyere” ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส ในประเทศไทยเองก็มีการเรียกไม้ชนิดนี้แตกต่างออกไปเช่นกัน ชื่อที่ผู้สูบไปป์คนไทยคุ้นกันดีคือ “ไม้กุหลาบ” “รากกุหลาบ” แม้ชื่อเรียกจะทำให้เข้าใจว่าไม้ชนิดนี้นำมาจากรากของต้นกุหลาบตามชื่อเรียก แต่ที่จริงแล้วไม้ Briar มาจากต้น Erica arborea ที่มีลำต้นไม่สูงมาก มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบ Mediterranean โดยปกติแล้วต้นไม้ชนิดนี้จะไม่สูงเกิน 15-20 ฟุต

                  

 

การเก็บเกี่ยวรากของต้น Erica arborea นั้นต้องใช้เวลากว่า 40 ปี เพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสม โดยจะขุดรากของต้นไม้ชนิดนี้จากดิน และส่งต่อไปยังโรงตัดไม้ ในระหว่างนั้นจะต้องระมัดระวังไม่ให้ไม้แห้งจนเกิดรอยแตกร้าวโดยการให้ความชื้นกับไม้ ช่างไม้จะตัดท่อนไม้ออกเป็นชิ้นๆ ระหว่างนั้นจะสามารถสังเกตุเห็นได้ว่า ไม้แต่ละชิ้นนั้นมีความแตกต่างของงลายไม้ หรือไม้บางชิ้นจะมีรู Sandspot ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ บางครั้ง Sandspot เหล่านี้ก็มีมากเกินไปจนทำให้ไม้ชิ้นนั้นไม่ได้ราคา โรงงานผลิตไปป์แบรนด์ต่างๆก็จะทำการคัดเลือกไม้ส่วนที่ได้คุณภาพ มาผลิตไปป์ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง

 

     

เมื่อได้ไม้เป็นชิ้นๆแล้ว ก็ต้องนำไม้นั้นมาต้มเป็นเวลา 36 ชั่วโมง เพื่อขจัดยางไม้ และแมลงที่มีอยู่ตัวไม้ หลังจากนั้นต้องนำไม้ไปผึ่งให้แห้ง  โดยการพักไว้ที่โรงเก็บประมาณ 9 เดือน ไม้แต่ละชิ้นจะถูกแยกใส่ถุง และวางบนชั้น ในขั้นตอนนี้จะต้องมีคนมาคอยกลับถุงอยู่เสมอ

               

          

ชื่อเรียกลายไม้แต่ละชนิด

ผู้ผลิตไปป์ และผู้สูบไปป์ได้ตั้งชื่อให้กับลายมั้ปรากฏในรูปแบบที่ต่างกันดังนี้

  1. Straight Grain – ใช้สำหรับอธิบายลายไม้ที่เป็นเส้นขนานกันในแนวดิ่ง โดยมีทั้งเส้นที่อยู่ชิดติดกันและห่างกันออกไป
  2. Flame Grain – ลายไม้ลักษณะนี้จะคล่ายกับ Straight Grain แต่เส้นลายของ Flame Grain นั้นจะไม่ได้เรียงตัวกันเป็นเส้นตรงซะทีเดียว แต่จะแพนออกเหมือนเปลวไฟ
  3. Horizontal Grain – มาจาก เส้นลายไม้ที่มีลายขนานกันคล้ายกับ Straight Grain และ Flame Grain แต่จะเรียงกันในแนวนอน
  4. Bird’s eye Grain – ลายไม้ลักษณะนี้จะปรากฏในรูปของวงกลม หลายๆวง ที่เรียงติดๆกัน
  5. Random Grain – เป็นรูปแบบของลายไม้ที่ไม่มีลักษณะการเรียกตัวที่แน่นอน
  6. Sand spot – คือรูที่มีอยู่ในไม้โดยธรรมชาติ อาจเกิดจากแมลง ก้อนหิน ทราย  และสภาพแวดล้อมอื่นๆ เช่น แมลงกัดแทะไม้ในส่วนนั้น

 


"I believe that pipe smoking contributes to a somewhat calm and objective judgement in all human affairs."

Albert Einstein, 1950